กลับหน้าหลักคลังเนื้อหา

Hare Krishna (ฮเร กฤษณะ, हरे कृष्ण) 
Hare Krishna (ฮเร กฤษณะ, हरे कृष्ण) 
Krishna Krishna (กฤษณะ กฤษณะ, कृष्ण कृष्ण) 
Hare Hare (ฮเร ฮเร, हरे हरे) 
 
 
แถมให้อีกเอนทรีในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2558 สำหรับผู้ที่อยากจะรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นจากมหากาพย์อินเดีย ของท่านฤษีกฤษณะ ทไวปายนะ วยาส ให้มากขึ้น ผ่านผลงานวาดแนวเอนิเมะสายอินเดียเจ้าเก่า แต่หัวข้อต่อไปนี้ค่อนข้างจะผ่อนคลายไปเยอะ เมื่อเที่ยบกับผลงานในช่วง "บั้นปลายชีวิต" ของทุกๆ ตัวละครใน "มหาภารตะ"
 
 
ไม่ทันไรก็มีตัวละครโดนธนูปักที่ข้อเท้าซะแล้ว แถมเป็นลูกธนูที่ทำจากวัสดุต้องสาปอย่างแท่งเมาสลบ ซึ่งก็มาจากเหตุการณ์การล่มสลายของเหล่าเชื้อพระวงศ์ยาฑพ และวฤษณี อันเนื่องมาจากความขัดแย้งต่างๆ ในเมื่อต้องคำสาปทั้งฝ่ายฤาษีนารท ฤาษีทุรวาส จากการที่บุตรของตนเองได้กระทำการลบหลู่โดยเห็นเป็นเรื่องเล่นสนุก และฝ่ายของพระนางคานธารี ที่เห็นว่า "พระกฤษณะ" ได้ลอบออกอุบายสังหารพี่น้องเการพจนหมดสิ้น เพียงแต่ว่าพระกฤษณะเองนั้นทราบได้ดีว่าเคยรับพรให้มีพลังป้องกันที่เคลือบไว้ทั้งตัว แต่ไม่ครอบคลุมตรงส่วนข้อเท้า
 
เพราะเหตุนี้ก็ทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พระกฤษณะสิ้นชนม์ชีพไปโดยปริยาย และเหมือนกับจงใจที่จะยุติปัญหาความขัดแย้งภายในเชื้อพระวงศ์เสียเองด้วย ในบางตำนานนั้นก็กล่าวไว้ว่าพญาพาลี(จักรวาลรามายณะ) กลับชาติมาเกิดเป็นนายพราน เพื่อที่จะแก้แค้นในสิ่งที่พระรามเคยกระทำการจนถึงแก่ชีวิตไว้กับตน
 
ส่วนผลงานที่เหลือก็เลื่อนลงมาชมได้เลย
 
------------------------
 
 ปิศาจถาม : การที่พวกพราหมณ์ต้องตกตายลงไป ทำให้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ความไม่เป็นอมตะถือเป็นโทษสมบัติของพราหมณ์ แล้วสำหรับพวกกษัตริย์ล่ะ อะไรคือโทษสมบัติ??
ยุธิษธิระตอบ : ความกลัวคือโทษสมบัติของเหล่ากษัตริย์
 
ปิศาจถาม : ดูเหมือนว่าคนเราจะมีความสุขกับการได้สัมผัสสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึก ผู้ใดเป็นคนเช่นนั้นนับเป็นคนฉลาด โลกก็ยกย่องคนๆ นั้น และได้รับการนับถือเป็นที่นิยมมาก แม้ว่าคนๆ นั้น จะยังหายใจอยู่ แต่ทำไมถึงบอกว่าคนๆ นั้น หาได้มีชีวิตไม่ ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น?? 
ยุธิษธิระตอบ : คนเราแม้จะยังหายใจอยู่ แต่ที่ถือว่าไม่มีชีวิต ก็เพราะคนๆ นั้น ไม่ได้อุทิศอะไรใดๆ ให้กับพระผู้เป็นเจ้า อาคันตุกะ ผู้รับใช้ และปฐพีเลย
 
ปิศาจถาม : อะไรคือสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดในโลกนี้??
ยุธิษธิระตอบ : แต่ละวันจะเห็นว่ามีผู้คนเดินเข้าสู่วิหารแห่งความตาย ซึ่งแทบจะนับจำนวนไม่ได้ แล้วลองเทียบดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งต่างก็คิดว่าตัวเองจะยังคงความเป็นมนุษย์เช่นนั้นตลอดไป มีความเป็นอมตะ แล้วจะมีอะไรในโลกนี้อีกเล่า ที่มีความมหัศจรรย์ไปมากกว่านี้
 
 
(ส่วนหนึ่งของบทถามตอบ ระหว่างปิศาจ กับยุธิษฐฺิระ จากหนังสือเรื่องเล่าจากมหากาพย์มหาภารตะ เล่ม 2 อาจมีการปรับบทพูดให้เหมาะสม)
 


ตัวละครในผลงานนี้ : ยุธิษฐิระ, ปิศาจเฝ้าแหล่งน้ำ 
 
พี่น้องปาณฑพในช่วงระหว่างการถูกเนรเทศ 12-13 ปี ก็ตกอยู่ในเขตของความตายที่ไม่อาจควบคุมได้ ในเมื่อพี่น้องปาณฑพ ทั้งภีมะ อรชุน นกุล และสหเทพ ต่างก็ได้ผลจากการดื่มน้ำในสระเล็กๆ จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังเหลือเพียงยุธิษฐิระ ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของเชื้อพระวงศ์ปาณฑพที่ไม่ได้ดื่มน้ำจากสระ กระทั่งพบเห็นการปรากฎกายของปิศาจผู้ดูแลพื้นที่นี้
 
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ยุธิษฐิระต้องหาทางคืนชีพพี่น้องปาณฑพทั้งหมดให้จงได้ ผ่านการถามตอบปริศนาทางธรรมนี้ โดยที่ตัวยุธิษฐิระเองไม่เคยรู้เลยว่า ปิศาจตนนั้นคือพระธรรมเทพ ซึ่งเป็นบิดาของยุธิษฐิระ ได้แปลงกายมาในครั้งนี้
 


ตัวละครในผลงานนี้ : ยุธิษฐิระ
 
อีกหนึ่งมุมมองของพี่ใหญ่แห่งเชื้อพระวงศ์ปาณฑพ หลังจากสละราชบัลลังก์ให้ปริกษิตขึ้นครองราชย์ต่อไป และเข้าสู่สภาวะแห่ง "โมกษะ" โดยมีจุดมุ่งหมายสุดท้ายคือ ยอดเขาพระสุเมรุ(หรือยอดเขาหิมาลัย...) ผ่านร้อนผ่านหนาว เห็นการเสียชีวิตตั้งแต่เทราปที สหเทพ นกุล อรชุน และภีมะ จนติดตา มีเพียงเขาผู้เดียวที่เข้าถึงปลายทางได้สำเร็จ แม้จะต้องเคลียร์ปัญหากับสุนัขที่ติดตามเขามาตั้งแต่แรกก็ตาม
 
ทว่า เมื่อเขาได้เดินเข้าสุแดนสุขาวดี(สวรรค์) เขาเห็นชุมนุมเหล่าผู้วายชนม์ของฝ่ายเการพ เหล่าคณาจารย์ และบรรพบุรุษอยู่พร้อมหน้า แต่กลับไม่พบพี่น้องปาณฑพกับพระนางเทราปทีเลย เขาแน่ใจว่าพี่น้องปาณฑพอาจจะถูกนำลงไปยังนรกภูมิ(Naraka, HI : नरक) แล้วก็ได้ ซึ่งที่นั้นก็ทำให้ยุธิษฐิระได้ค้นพบในสิ่งที่เขาต้องเผชิญ ในท้ายสุด
 


 
ตัวละครในผลงานนี้ : อรชุน
 
จากผลงานด้านบนสุด ก็ได้ทำให้เห็นว่า มนุษย์ย่อมมีจุดสิ้นสุดของการทำหน้าที่ใดๆ ในมุมมองต่างๆ ของชีวิต นั่นคือสิ่งที่เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เพียงแต่จุดจบของชีวิตอาจต่างกันไปตามสถานการณ์
 
อรชุนพร้อมกับกองกำลังส่วนหนึ่งเดินทางลงไปยังทวารกา หลังจากได้รับรายงานการต่อสู้ของเหล่ายาฑพ วฤษณี นั่นอาจกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่อรชุน และพี่น้องปาณฑพที่เหลือ ไม่มีวันได้เห็นอีกไปตลอดกาล จนกว่าจะสิ้นสุดหน้าที่ของมนุษย์ไปโดยบัดดล จากการที่อรชุน พบศพของพระกฤษณะ และพระพลรามในพื้นที่เขาลาดตระเวนอยู่ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองทวารกาต่อ
 
------------------------
 
จุดสูงสุดของชีวิตในช่วงเวลาหนึ่งย่อมมีจุดหักเหไปสู่สามัญ ไปสู่จุดเริ่มต้น ไปสู่จุดสิ้นสุดของการทำหน้าที่ของมนุษย์เมื่อวันนั้นมาถึง ผลงานวาดจากมหากาพย์มหาภารตะที่ทำขึ้นนี้ก็มีข้อขบคิดให้ได้จดจำอยู่บ้าง ทั้งมุมมองตัวละคร การเก็บรายละเอียดผลงาน การถ่ายทอดอารมณ์ที่ผู้เขียนได้พยายามสุดฝีมือ ฝ่าฟันปัญหาชีวิตต่างๆ ที่มีผลต่อการทำผลงาน ก็เหมือนกับชีวิตที่ยังต้องดำเนินต่อ จนถึงจุดสูงสุดของชีวิต
 
ไม่ว่าจะเป็นมหากาพย์อินเดีย ทั้งรามายณะ มหาภารตะ หรือมหากาพย์อื่นๆ ที่มีอยู่ในโลก ย่อมมีเนื้อหาในช่วงของบั้นปลายชีวิต การร่ำลา การพรากจาก ซึ่งมีอยู่ในบทบาทที่เรียกตนเองว่า "ชีวิต" อยู่ดี 
 
อันนี้ด้านล่างแถม...(ผลงานการ์ตูน 4 ช่อง ย้อนหลังตั้งแต่เดือนเมษายน)
 
 
 


"คิดจะกลับอินทรปรัสถ์โดยไม่บอกข้าสักนิดเลยรึ??" 

"ท่านภควันก็ทราบดี ตราบใดที่ข้า...ในนามอรชุนแห่งปาณฑพ ได้ดำเนินชนม์ชีพเพียงเสี้ยวหนึ่ง ไม่ว่าตัวท่านกฤษณะภควันมีชนม์ชีพถึงแค่ 36 ปี หรือต้องคำสาปพระนางคานธารี แต่อย่างไรแล้ว ตัวท่านก็คือความทรงจำของพี่น้องปาณฑพและเหล่าสหายของท่าน ไปตลอดกาล..."
 

นมัสการ ห่ะบัตยูววววว... หน้านี้รวมเอาเอนทรีสำหรับเนื้อหาเชิงศาสนา ความเชื่อ ทั้งในรูปแบบทั่วไป และผลงานวาดพร้อมสาระสำคัญ ตั้งแต่เปิดบล๊...

Comment

Comment:

Tweet